All posts by ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลโพธิ์ไทร

กระทรวงสาธารณสุขประกาศอัตราค่าบริการของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2560

ด้วยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดอัตราค่าบริการของสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ พ.ศ.2547 ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุจที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเป็นจำนวนมากในการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการปรับปรุงอัตราค่าบริการของหน่วยบริการ และได้ดำเนินการปรับปรุงอัตราค่าบริการของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2560 เสร็จสิ้นแล้ว

กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้ว เพื่อให้หน่วยบริการทุกแห่งของกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเรียกเก็บอัตราค่าบริการจากผู้มารับบริการที่เหมาะสม และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงขอยกเลิกอัตราค่าบริการของสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2547 และขอให้หน่วยบริการทุกแห่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ถือปฏิบัติตามแนวทางอัตราค่าบริการของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2560

Download “อัตราค่าบริการของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2560” force_down.php – Downloaded 1 time – 93 MB

ที่มา : สำนักบริหารการสาธารณสุข

ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตในวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ณ หอประชุมอำเภอโพธิ์ไทร เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตในวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ณ หอประชุมอำเภอโพธิ์ไทร เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในเวลานอนปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต
  2. สุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใดๆ
  3. รับประทานอาหารมื้อหลัก ก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารที่ประกอบด้วยกะทิ แกงต่างๆ ของทอด ของหวาน ฯลฯ เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
  4. ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณ โลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต
  5. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  6. งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

  1. อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่มีอายุ 17 ปี ไม่ถึง 18 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  2. ผู้บริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก ถ้าอายุเกิน 55 ปี – 60 ปี ให้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ และ พยาบาล
  3. ผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 60 ปี – 70 ปี แบ่งเกณฑ์การคัดเลือกตามาอายุ 2 ช่วง ดังนี้
    1. การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตอายมากกว่า 60 จนถึง 65 ปี
      • เป็นผู้บริจาคโลหิตประจำมาโดยตลอดจนกระทั่งอายุ 60 ปี
      • บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง คือทุก 4 เดือน
      • ตรวจ Complete Blood Count ( CBC ) , Serum Ferritin ( SF ) ปีละ 1 ครั้ง เพื่อประกอบการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทั่วไป และสำหรับแพทย์ใช้ผลการตรวจ SF ในการติดตามและปรับการให้ธาตุเหล็กทอดแทน
    2. ผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 65 ปี จนถึง 70 ปี
      • เป็นผู้บริจาคโลหิตต่อเนื่องสม่ำเสมอในช่วงอายุ มากกว่า 60 ปี จนถึง 65 ปี
      • บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง คือ ทุก 6 เดือน
      • ต้องได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพโดยแพทย์ หรือพยาบาลของธนาคารเลือดหรือหน่วยงานรับบริจาคโลหิตซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้บริจาคโลหิต
  4. ตรวจ CBC และ SF ปีละ 1 ครั้ง
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่มาบริจาคโลหิต
  6. ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใน 7 วันที่ผ่านมา
  7. ไม่อยู่ในช่วงน้ำหนักลดอย่างรวดเร็วในระยะ 3 เดือนที่ผานมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
  8. สตรีไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือน ที่ผ่านมา
  9. น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ
  10. หากรับประทานยาแอสไพริน, ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 3 วัน ถ้าเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 7 วัน
  11. ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ
  12. ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, หัวใจ, ตับ, ไต, มะเร็ง, ไทรอยด์,โลหิตออกง่าย-หยุดยาก หรือโรคประจำตัวอื่นๆ
  13. หากถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนหรือรักษารากฟัน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน
  14. หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน, ผ่าตัดเล็ก ต้องเกิน 1 เดือน
  15. ท่านหรือคู่ครองของท่านต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
  16. ต้องไม่มีประวัติยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษ ต้องเกิน 3 ปี และมีสุขภาพดี
  17. หากเจาะหู, สัก, ลบรอยสักหรือฝังเข็มในการรักษา ต้องเกิน 1 ปี
  18. หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่น ต้องเกิน 1 ปี
  19. หากมีประวัติเป็นมาเลเรีย ถ้าเคยเป็นต้องหายมาแล้วเกิน 3 ปี หากเคยเข้าไปในพื้นที่ ที่มีเชื้อมาเลเรียชุกชุม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อยเกิน 1 ปี จึงบริจาคโลหิตได้
  20. ต้องไม่ได้รับวัคซีนในระยะ 14 วัน หรือเซรุ่มในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา
  21. ก่อนบริจาคโลหิตต้องรับประทานอาหารให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวข้าวหมู ของทอด ของหวาน แกงกะทิต่างๆ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่แนวปฏิบัติการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศคำสั่งจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายโดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 25(10) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 23กันยายน 2559 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559 โดยพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัยรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่30 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ประกาศฉบับนี้จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สาระสำคัญของ ประกาศฉบับนี้ แนวทางปฏิบัตินี้เป็นแนวทางเบื้องต้น เพื่อประกอบการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการใช้งานในเรื่องวิชาชีพและส่วนตัวที่อาจเกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย วิชาชีพ หรือระบบสุขภาพโดยรวมของสภาวิชาชีพ สถานพยาบาล องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ โดยสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกระดานข่าว เครือข่ายสังคมออนไลน์ บล็อก เว็บไซต์สำหรับสรา้งและแก้ไขเนื้อหาร่วมกัน เช่น วิกิพีเดีย เกมออนไลน์หรือโลกเสมือนที่มีผู้ใช้งานหลายคน สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อออนไลน์อื่นที่เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล หรือสาธารณะ และสื่อสำหรับการเผยพร่และแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่ง เสียง วีดิทัศน์ หรือแฟ้มข้อมูลหรือเนื้อที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

โดยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามหลักการที่มีการกำหนดไว้ในแนวทางฉบับนี้ อาทิ หลักการเคารพกฎหมาย หลักการเคารพในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หลักการเคารพในกฎระเบียบและนโยบายขององค์กร หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้อื่นเสียหาย หลักการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ และหลักเสรีภาพทางวิชาการ

 ซึ่งในพรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 กำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 7 ไว้ว่าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินจ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยความผิดนี้เป็นความผิดฐานยอมความได้ 

สามารถดาวน์โหลดราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็มได้ที่

Download “ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559” 12.PDF – Downloaded 50 times – 182 KB

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอโพธิ์ไทรรับมอบโล่รางวัลเครือข่ายที่มีผลการพัฒนางานดีเด่น ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2560

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2560 เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอโพธิ์ไทรรับมอบโล่รางวัลเครือข่ายที่มีผลการพัฒนางานดีเด่น ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2560 จากนายแพทย์จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ณ ห้องประชุมโรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ โดยแยกเป็นสาขาดังนี้

  • เครือข่ายที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2560
  • คปสอ.ที่มีผลงานโดดเด่นด้านโรคไม่ติดต่อ ปี 2560
  • คปสอ.ที่มีการพัฒนาตำบลดูแลผู้สูงอายุระยะยาวดีเด่น ปี 2560
  • อำเภอที่มีบูรณาการดำเนินงานสุขภาพจิตในระบบสุขภาพอำเภอดีเด่น ปี 2560
  • การบริหารจัดการด้านการเงินการคลังดีเด่น ปี 2560

โรงพยาบาลโพธิ์ไทรมีความประสงค์รับย้าย/โอน ข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 ตำแหน่ง

ด้วยโรงพยาบาลโพธิ์ไทรมีความประสงค์รับย้าย/รับโอน ข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 1 ตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งดังนี้

  1. ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ ระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ จำนวน 1 อัตรา

โดยให้ผู้ประสงค์โอน ยื่นหนังสือขอโอน พร้อมด้วยสำเนาหลักฐานการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน โดยยื่นด้วยตนเองที่กลุ่มงานการจัดการ โรงพยาบาลโพธิ์ไทร ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 045 496170 ต่อ 101 หรือ 086-2563183

คู่มือการซักประวัติผู้ป่วยต่างชาติ 5 ภาษา “อังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่น-พม่า-มาลายู”

สพฉ. จัดทำคู่มือการซักประวัติผู้ป่วยต่างชาติ 5 ภาษา “อังกฤษ –จีน-ญี่ปุ่น-พม่า-มาลายู” รับ เปิด AEC แก้ปัญหา สื่อสาร ณ จุดเกิดเหตุ หวัง ประสานศูนย์สั่งการ เตรียมรับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

Download “คู่มือการซักประวัติผู้ป่วยต่างชาติ 5 ภาษา “อังกฤษ –จีน-ญี่ปุ่น-พม่า-มาลายู”” DownloadFile.aspx – Downloaded 30 times – 10 MB

 

บุคลากรโรงพยาบาลโพธิ์ไทรร่วมออกกำลังกายตามนโยบายรัฐบาลและเสริมสร้างสุขภาพ วันที่ 17 พ.ค 2560

เมื่อวันที่ 17 พ.ค ที่ผ่านมาบุคลากรโรงพยาบาลโพธิ์ไทรร่วมออกกำลังกายตามนโยบายรัฐบาลและเสริมสร้างสุขภาพ ณ บริเวณตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลโพธิ์ไทร

 

แจ้งขั้นตอนการเข้ากรอกเครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเองกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer)

โรงพยาบาลโพธิ์ไทรแจ้งขั้นตอนการเข้ากรอกเครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเองกระทรวงสาธารณสุข (Happinometer) มีขั้นตอนการเข้าใช้งานดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์
  2. ลงทะเบียน โดยกรอกข้อมูล
    Username : เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน@10958
    รหัสผ่าน : กำหนดเอง 6 ตัว
    ยืนยัน : รหัสผ่าน 6 ตัว
  3. กดปุ่มลงทะเบียน
  4. เข้าสู่ระบบครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเองกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่กำหนดตามข้อ 2

แจ้งแผน แนวทางปฏิบัติการตรวจสุขภาพประจำปี โรงพยาบาลโพธิ์ไทร วันที่ 22 – 31 พฤษภาคม 2560

โรงพยาบาลโพธิ์ไทรแจ้งแผน แนวทางปฏิบัติ การตรวจสุขภาพประจำปี โรงพยาบาลโพธิ์ไทร ระหว่างวันที่ 22 – 31 พฤษภาคม 2560

แนวทางปฏิบัติ

การตรวจสุขภาพจะทำการตรวจทุกวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) โดยแบ่งการตรวจเป็นดังนี้

  • กลุ่มงาน หรือ งานสนับสนุนบริการ กำหนดให้ตรวจ วันอังคาร และวันพฤหัสบดี เจาะเลือดตรวจสุขภาพที่กลุ่ม งานเวชศาตร์ ดังรายละเอียดแนบท้าย
  • งานบริการ หรืองานสนับสนุนบางหน่วยงานให้เจาะเลือดที่ งานอุบัติเหตุ- ฉุกเฉิน หรือหน่วยงานตนเอง

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ

  1. งดอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 8-12 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือดควรงดหลัง เวลา 24.00 น. และเก็บอุจจาระ ตอนเช้าของวันที่มาตรวจโดยเก็บมาจากบ้าน หรือมาเก็บที่โรงพยาบาล
  2. ลำดับการตรวจ
    ขึ้นบัตร –> เจาะเลือด –> X-RAY –> EKG –> ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
  3. ให้มาพบแพทย์ในวันถัดไป
    ขึ้นบัตร –> ชั่งน้ำหนัก –> วัดรอบเอว –> วัดส่วนสูง –> วัดความดันโลหิต –> พบแพทย์

โปรแกรมการตรวจ

สำหรับอายุ < 35 ปี

 ลำดับ รายการตรวจ หมายเหตุ
 1  เอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ
 2  ตรวจปัสสาวะ
 3  ตรวจอุจจาระ
 4  ตรวจภาวะโลหิตจางและโรคของโลหิต
 5  ตรวจภายใน  สำหรับเพศหญิง
 6  ตรวจมะเร็งปากมดลูก  สำหรับเพศหญิง

สำหรับอายุ >= 35 ปี

ลำดับ รายการตรวจ หมายเหตุ
1 เอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ
2 ตรวจปัสสาวะ
3 ตรวจอุจจาระ
4 ตรวจภาวะโลหิตจางและโรคของโลหิต
5 ตรวจไขมันคลอเลสเตอรอล
6 ตรวจไขมันไตรกลีเซอไรด์
7 ตรวจไขมัน HDL,LDL(ไขมันดี, ไขมันเลว)
8 ตรวจความผิดปกติของโรคเก๊าท์
9 ตรวจน้ำตาลในเลือด
10 ตรวจการทำงานของตับ
11 ตรวจการทำงานของไต
12 ตรวจหมู่เลือด(เฉพาะคนที่ยังไม่เคยตรวจ)
13 ตรวจภายใน  สำหรับเพศหญิง
14 ตรวจมะเร็งปากมดลูก  สำหรับเพศหญิง

สำหรับท่านที่อายุ น้อยกว่า 35 ปี  ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

  • ตรวจไขมันคลอเลสเตอรอล
  • ตรวจไขมันไตรกลีเซอไรด์
  • ตรวจไขมัน HDL, LDL(ไขมันดี, ไขมันเลว)
  • ตรวจความผิดปกติของโรคเก๊าท์

แจ้งเตือนมัลแวร์ WannaCrypt ระบาดทั่วโลกเข้ารหัสข้อมูลเรียกค่าไถ่ ยังไม่มีตัวถอดรหัส เสี่ยงข้อมูลสูญหายถาวร

ขณะนี้มีมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ชื่อ WannaCrypt (Wanna Decryptor 2.0) ระบาดไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft ทั่วโลก โดยผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์อาจดาวน์โหลดมัลแวร์ โดยไม่รู้ตัวจากการเปิดไฟล์เอกสารที่แนบมากับ e-mail ซึ่งเมื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCrypt เข้ามาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ก็จะเข้าไปล็อกไฟล์เอกสารต่างๆ ทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ และขู่ให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อปลดล็อกไฟล์เอกสาร

กลายเป็นจุดสนใจของสำนักข่าวทั่วโลกทันที หลังจากที่ WannaCrypt เริ่มแพร่ระบาดเมื่อวานนี้ ซึ่งผ่านไปยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็มีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 100,000 รายจาก 100 กว่าประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Telefonica (ISP จากสเปน) กระทรวงมหาดไทยของรัสเซีย สถานีรถไฟในเยอรมนี รวมไปถึงมหาวิทยาหลายแห่งในประเทศจีน สำหรับประเทศไทยล่าสุด

เบื้องต้นนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งตรวจสอบสถานการณ์แพร่ระบาดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในประเทศไทย พร้อมเผยแพร่คำแนะนำในการป้องกันและแก้ไขให้ประชาชนทราบโดยเร็ว พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบ Microsoft หลีกเลี่ยงการเปิดเอกสารแนบ email โดยไม่จำเป็น ซึ่งหากเอกสารใดจำเป็นต้องเปิดควรตรวจสอบกับผู้ส่งก่อนทุกครั้งว่ามีการส่งเอกสารนั้นมาจริงหรือไม่ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้เป็นปัจจุบัน

รายละเอียดทางเทคนิค

Wanna Decryptor 2.0 เป็น ransomware ที่ใช้โปรแกรม exploit ที่ชื่อว่า EthernalBlue ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ NSA hacking tools ของ National Security Agency สหรัฐฯ ที่ใช้ hack เครื่องต่างๆ และมีข่าวหลุดเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาโดยกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อ The Shadow Brokers โดย exploit ที่ชื่อ EthernalBlue ตัวนี้ อาศัยช่องโหว่ของโพรโตคอล SMBv1 ใน Windows ซึ่ง Microsoft ได้ออก patch update มาแล้วเมื่อ 14 มี.ค. 2560 ที่ผ่านมา เครื่องที่ยังไม่ได้ patch ที่ยังมีจำนวนมากในโลก จึงเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

ความเสียหายที่สำคัญ

  • ข้อมูลสูญหาย
  • ระบบไอทีทำงานไม่ได้
  • การให้บริการหรือการทำงานของหน่วยงานมีปัญหาหรือหยุดชะงัก
  • ความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงของหน่วยงาน
  • หากเกิดขึ้นกับการบริการด้านสุขภาพหรือระบบ critical infrastructure อาจเกิดผลกระทบต่อชีวิตและการให้บริการสุขภาพได้
ด่วน
มีรายงานการถูกโจมตีในประเทศไทยแล้ว โดยผู้โพสต์ใน Facebook Group Thaiadmin จาก อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต (ไม่ทราบหน่วยงาน) แจ้งว่า user ถูกโจมตี

https://www.facebook.com/groups/thaiadmin/permalink/1342338869136134/

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน

  1. Update patch ของ Microsoft Windows ของเครื่องต่างๆ โดยเร็วที่สุด พร้อม restart ให้การอัปเดตมีผลโดยสมบูรณ์
  2. “คิดก่อนคลิก”: หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบในอีเมล (e-mail attachment) หรือ link บนเว็บไซต์ที่ไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่
  3. Backup ข้อมูลส่วนตัวไว้ในที่ปลอดภัยอยู่เสมอ และเก็บไว้ offline โดยไม่เชื่อมต่อกับเครื่องขณะใช้งาน
  4. คำนึงถึง security practices พื้นฐานในการใช้งานไอทีทั่วไป
  5. ในกรณีที่มีหน้าจอ ransomware หรือพบอาการผิดปกติ ให้รีบถอดสาย LAN ออก ถ่ายภาพ screenshot ไว้ แล้วรีบแจ้ง admin โดยเร็วที่สุด

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานสำหรับเจ้าหน้าที่/บุคลากร โรงพยาบาลโพธิ์ไทร

  1. ทำการสำรองไฟล์/ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับท่าน ลงสู่สื่อบันทึกข้อมูลอื่น อาทิ External Hard disk, Flash Drive, SD Card, Google Drive, Dropbox  หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่น ๆ
  2. สำหรับเครื่องส่วนตัว/Notebook สำนักงานที่ท่านใช้ประจำ ให้ทำการเปิด Windows Update เพื่ออัพเดตระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง